Profil de Road RunnerR o a d R u n n e rPhotosBlogListesPlus Outils Aide

Road Runner

Occupation
Photo 1 sur 9
La liste est vide.

R o a d R u n n e r

" i am happy when i am nowhere "
11 octobre

my ice-cream project

เป็นความใฝ่ฝันอย่างนึงที่อยากทำมากๆ ก้คือ เปิดร้านไอติม เพราะตัวเองชอบกินไอติมเป็นชีวิตจิตใจ
เปนฝันบ้าบออันนึง ที่มีมานาน คือคิดภาพมาตลอดว่า เปิดร้านไอติมแบบนั่งชิวๆ
มีดนตรีให้นั่งฟัง มีไอติมเป็นของขายหลัก ขนมหวาน เค้กอะไรนิดๆหน่อยๆ และก้มี cocktail หรือแอลกฮอล์อย่างอื่นด้วย
เราออกแบบร้านเอง ทำไอติมขายเอง เป็นสูตรเฉพาะของเรา
 
บ้าบอ ปะละ ฮ่าๆๆๆๆๆ
 
แต่ก่อนอื่นคือ เรายังทำไอติมไม่เปนเลย ฮ่าๆๆๆๆๆ
ตอนแรกคิดว่าปิดเทอมนี้จะฝึกงานด้วย อยากฝึกสกิลตัวเอง แต่ดูๆเวลาไป เวลาฝึกงานมันน้อยไป
ก้เลย อยู่ๆก้คิดขึ้นมาได้ว่า เราอยากทำร้านไอติมนี่หว่า ก้เลยเกิดความคิดอยากฝึกทำไอติมช่วงปิดเทอมนี้
 
บ้าบอ ปะละ ฮ่าๆๆๆๆๆ
 
เมื่อคืก้พยายามหาที่สอนทำไอติม แต่ว่า มันแพ๊งแพงจัง  ค่าเรียนแพงจังแต่ละที่
ก้มีบางคนแนะว่า ให้ไปซื้อหนังสือมาหัดทำเอง แต่เราไม่มีพื้นฐานทำอาหารหรือของหวานไรพวกนี้เลย กลัวทำเองแล้วมั่วว่ะ
ก้เลย เดวจะลองหาทาง เดือนนี้จะทำไอติมให้เปน แต่อร่อยหรือไม่อร่อยไม่รู้นะ ลองไปก่อนน่ะ
 
บ้าบอ ปะละ ฮ่าๆๆๆๆๆ
 
เราคิดภาพร้านไอติมเราไว้หมดแล้ว คิดๆๆๆๆๆ ไปเรื่อยอะ
ปัญหาอย่างแรกก้คงจะเรื่อง เงิน คงต้องหาตังให้พอที่จะเปิดร้านให้ได้ก่อน
แต่มันคงจะเป็นช่วงระยะเวลาที่ยาวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ถ้ามีตังพอแล้ว จากนั้นก้คงต้องดูเรื่องทำเล ค่าใช้จ่ายไรอีก แล้วก้ดูตลาด
 
บ้าบอ ปะละ ฮ่าๆๆๆๆๆ
 
เอาเหอะ คอยดูแล้วกัน จะจิงจังเรื่องนี้ให้ดู
 
บ้าบอ ปะละ ฮ่าๆๆๆๆๆ 
 
 
 
 
4 juin

Turn back time

รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร้วเรววววววววววววววววววววววมากๆ
กะพริบตาแปปเดียว โตเปนควายซะละ
อีกไม่กี่ปี พอเรียนจบก้คงก้าวสู้โลกแห่งความจริงเสียที
ยังอยากใช้ชีวิตแบบเด็กไร้เดียงสา อยู่ในโลกใบเล็กของความสุขสนุกสนาน
แต่มันคงจะหนีไม่พ้นโลกความจริงที่กว้างขวาง เหมือนละคร มีฉากบังหน้า แล้วฉากหลังล่ะ?
เจอคนหลากหลายประเภท และคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยล่ะวะ
คืออยากทำงาน แต่ไม่อยากเจอคนแบบที่เราไม่อยากเจอ
เอ๊ะ ยังไงวะเนี่ย มันจะเปนไปได้ไง
 
คนวัยเรียน ก้รอเวลาปิดเทอมอันแสนสุข
คนวัยทำงาน ก้รอเวลาวันเสาร์อาทิตย์อันแสนสุข
 
1 ตัวอย่างสองวัยที่แตกต่าง
 
พรุ่งนี้ก้เปิดเทอมละ เริ่มต้นวันใหม่ในวัยแก่ขึ้น
ดำเนินชีวิตต่อไป......แบบคนปกติ
 
 
 
 
15 avril

Incredible INDIA 30mar50-8April50

ไปอินเดียสนุกมากมาย ถ่ายรูปมาเยอะแยะเชียว
ไปตั้ง 8 วัน กะคุนพ่อคุนแม่
ช่วงแรกๆเกือบจะไม่สนุกอยู่แล้ว
แน่นอนไปที่นี่ก้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
บางคนไปเที่ยวแล้วรู้สึกแย่ เพราะนิสัยของแขกที่นั่น
บางคนไปเที่ยวแล้วรู้สึกแย่ เพราะอาหารอินเดีย
บางคนไปเที่ยวแล้ว รู้สึกแย่ เพราะความสกปรกของเมืองต่างๆ
 
มีข้อความสั้น 3 ข้อมาฝากเกี่ยวกับประเทศนี้คร่าวๆ
1. ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก
2. บีบไว้ก่อนแม่สอนไว้
3. หน้าด้านกูไม่สน ส่วนตัวกูไม่แคร์
 
แต่ที่เราไป เราไปแบบบุกๆชนบทบ้านๆหน่อย
ไป 5 เมืองทั้งหมด คือ Delhi Agra Jaipur Mandawa Neemrana
ถึงเมือง Delhi จะเป็นเมืองหลวง แต่เมืองมันไม่ทันสมัยเท่าไหร่
บางเมืองในอินเดียมีเหมือนกรุพเทพ แต่เราไม่ได้ไปแถบนั้น
แน่นอน เราชอบทุกเมืองที่ไปมา ถึงแม้ว่ามันไม่ค่อยปลอดภัยก้ตาม
 
ในชีวิตครั้งหนึ่ง
เราได้ขี่อูฐเดินรอบบ้านชนบทต่างๆ
เราได้รู้ว่าวัวสามารถอยู่ได้ทุกสภาพภูมิประเทศ
นอกจากที่ราบลุ่มอย่างบ้านเราแล้ว ยังสามารถอยู่แบบทะเลทรายได้
และสามารถเดินกินขยะตามท้องถนน และเดินข้ามถนนในเมืองได้อีกด้วย
แม้แต่ในทาง high way ก้ยังเดินเล่นกันได้ (ประมานว่าเหมือนหมาข้างถนนบ้านเรา)
มีอีกเยอะแยะมากมาย
 
ที่หลักๆ เราก้ไปพวกสถานที่โบราณสถานที่สำคัญๆ
สวยมากๆ พวกราชวงศ์นี่รวยโคตรๆกันจริงๆ
เนื้อที่วังนี่ใหญ่ยิ่งกว่าอะไร โดยเฉพาะส่วนของฮาเร็มสาวๆ
พูดถึงสาวๆอินเดีย เนี่ยสวยเช้งจริงๆนะ ถ้าได้เจอคนสวยๆนะ
เจอเด็กหญิงอินเดียคนนึงนี่น่ารักติดใจไปเลย ฮ่าๆ
 
อีกเรื่องที่ต้องพูดถึงให้ได้
Taj Mahal
 1 ใน 7 wonders ของโลก
พูดได้คำเดียวว่า ต้องไปเหนกับตา จะเหนถึงความยิ่งใหญ่จริงจัง
พูดไปก้เท่านั้น ดูรูปก้เท่านั้น
 
บางคนไปมาแล้วบอกว่าไม่ชอบ
แต่สำหรับเรา ถ้ามีโอกาสก้อยากกลับไปเที่ยวอีก ลองไปดูเมืองอื่นดู
แต่ต้องเข้าใจวัฒนธรรมกะชีวิตคนในประเทศนี้หน่อย คนประเทศเค้าต่างจากเรามาก
แล้วเราจะไปเที่ยวประเทศนี้อย่างสนุกสนานและมันสุดๆ
 
รูปต่างๆอยู่ในเวปนี้ ลองเข้าไปดูได้นะ
space เราจะมีแต่รูปไร้สาระต่างๆนานา
ในนี้แบบตั้งใจถ่ายหน่อย จะเอาลงที่นี่
อยากให้เข้าไปดูกันจ่ะ
 
 

27 mars

My space

อะไรคือ "My Space"
 
แปลตรงตัวว่า ที่ว่างของฉัน
เราจำกัดที่ว่างของเรา แคบกว้าง ใหญ่เล็ก แค่ไหน
ที่ว่างของเราประกอบด้วยอะไรบ้าง
 
my space ของคุน
บ่งบอกถึงความชอบในตัวคุนหรือเปล่า
บ่งบอกถึงความคิดของคุนหรือเปล่า
บ่งบอกถึงชีวิตประจำวันของคุนหรือเปล่า
 
หรือบาง space
บ่งบอกถึงความไม่ชอบ อะไรก้ได้ที่ตรงข้ามกับตัวคุนทั้งหมด
 
หรือบาง space
ทำให้คุนดูดีขึ้นกว่าที่ตัวคุนเปนอยู่
 
ยังไงก้แล้วแต่
 
ทำไมถึงทำ "My Space"
ทำขึ้นมาทุกคนมีสิทธิเข้ามารู้จักว่าตัวคุนเปนอย่างไร
สิ่งที่ทำขึ้นมา คุนอยากจะสื่ออะไรให้ทุกคนเหน
 
ปล. คงไม่มีใครทำ my space ให้ตัวเองดูทุเรศ
 
 
7 janvier

Divination = Prophecy

*เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นความเชื่อส่วนตัวของบุคคล
โปรดพิจารณาขณะอ่าน*
 
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปดูไพ่ยิบซีกับพี่ชายของพร
เหนเพื่อนๆไปดูกัน ก้เลยอยากไปดูด้วย ด้วยความอยากรู้ว่ามันเปนยังไง มันจะตรงกับเราแค่ไหน
เหนพรกับแจนนี่ บอกว่าตรงมากๆ
เพราะโดยส่วนตัว เราก้เฉยๆ ไม่ได้จริงจังอะไรกับเรื่องพวกนี้
ไม่รู้สิ ก้รู้สึกว่าชีวิตเรา เราก้เลือกที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป ก้อยู่ที่เราอะ ถึงเวลาจะเจอก้เจอเอา
ก้ระหว่างที่รอเค้า พรก้บอกให้จดคำถามเยอะๆ
เราก้งงๆ พอดีที่เคยดูมาก้ให้หมอเปนฝ่ายบอกๆไป ไม่เคยต้องถามเอง
อาจจะเปนอีกสูตรละมั้ง แต่ตอนจดคำถาม ก้ไม่รู้จะจดคำถามอะไรมากมาย
ก้โอเค ถึงเวลาตอนดู พี่เค้าก้ให้สับไพ่ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดูมีพิธีหน่อย
แล้วก้ลักษณะที่จะดูคือ ให้ถามคำถามมา แล้วหยิบไพ่ขึ้นมา ผลของไพ่ที่ออกมาคือคำตอบ
ไอ้เราก้ถามแบบกว้างๆ แต่เค้าก้ตอบกลับมากำกวมๆ
ตอนหลังก้รู้ว่า ต้องถามเค้าตรงๆชัดๆ เค้าก้ตอบกลับมาสั้นๆชัดๆ
ก้เปนแบบนี้จนกว่าจะหมดคำถาม
ตอนดูเสร็จ ก้ไม่รู้จะบอกว่าตรงหรือไม่ตรงหรือยังไง
ก้แต่ละคำถามมันเปนสิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า
ก้ไม่รู้อยู่ดียังไง แต่ตอนดูเสร็จมันให้ความรู้สึกว่าไม่ตรงซักเท่าไหร่
ก้มีบ้างอะ แต่ก้ไม่ 100% ทีเดียวนัก

จะจริงหรือไม่จริง มันก้ต้องให้ถึงเวลานั้นแหละ

วันนี้วันอาทิตย์ ไปงานทำบุญเลี้ยงพระที่บ้านคุณอา
คุณอาบอกว่า วันนี้เชิญหมอดูไพ่ยิบซีมาที่บ้าน บอกว่าคนนี้แม่นมาก
เราก้คิดว่า คงจะเหมือนๆที่ดูไปเมื่อวันศุกร์แหละมั้ง
แต่ก้มีพ่อกะพวกญาติๆเราจะดูกัน
พ่อเราดูคนแรก แต่พวกอาเราก้บอกว่า ฝนไปช่วยพ่อจดเร็ว จดเยอะนะ
ตอนนั้นงง มันจะมีอะไรจดเยอะขนาดนั้นเลยหรอ
ก้ โอเคๆ ไปช่วยพ่อจด
ไปถึงตรงโต๊ะ หมอพูดออกมาประโยคแรกว่า "ดูรู้เลยว่าต้องไปเขาดิน"
แล้วก้สับไพ่ แต่ไม่ได้มีขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไร
เปิดไพ่มาแต่ละใบ ไม่ได้มีการถามอะไรใดๆทั้งสิ้น
สิ่งที่เค้าพูดออกมาทั้งหมด เราแทบจดไม่ทัน
สถานที่ต้องไปแก้เคล็ด ต้องไปทำบุญถวาย สิ่งที่ต้องซื้อแล้วนำไปถวายอะไร จำนวนเท่าไหร่
เพราะชาติที่แล้วเราเปนอย่างนั้นอย่างนี้ ไปก่อกรรมอะไรกับคนอื่นไว้
listบนA4เปนหน้าๆเลย ต้องมีถามอีกรอบกลัวจดผิด
บรรยากาศมันขลังมาก
มันให้ความรู้สึกว่าเหมือนเค้ามีองค์เทวดาอะไรซักอย่างอยู่ข้างในเลย
แล้วสิ่งที่เค้าพูดมารู้ถึงปัจจุบันที่พ่อเปนอยู่ชัดมาก
สิ่งที่เราทำทั้งหมด มันมีผลกระทบไปถึงว่าทำไมประเทศเราไม่เจริญ ตกอยู่ในสภาวะที่ไม่ดี
เหนพ่อใส่wristbandในหลวง ก้บอกให้เอาออก
เพราะข้อมือเราไปกระแทกโดนนู่นโดนนี่
ควรเอาถอดออกให้เอาไปไว้ที่สูงๆ อันนี้ยกตัวอย่างขึ้นมานะ
แล้วเค้าก้รู้ว่าตอนนี้พ่อเราทำงานอยู่ที่สถานที่ๆฮวงจุ้ยแรงมาก
ต่อมา ถึงคิวป้าที่เปนเพื่อนพ่อเรา เค้าก้เรียกให้เรามาช่วยเค้าจดอีก
คราวนี้เรื่องราวมากมายยิ่งกว่าพ่อเราอีก
เพราะบริษัทที่เค้าเคยทำ เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับดวงประเทศไทยโดยตรง
มีไปแก้เคล็ด ต้องอะไรอีกมากมาย
แต่ที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือ สถานที่ที่ไปแก้เคล็ดกับทำบุญถวายเนี่ย
มันตรงกับของพ่อเราหลายที่เลย
เราก้ถามเค้าว่าทำไม เค้าบอกว่า
ก้สรุปว่าชาติที่แล้วเกิดมาสมัยเดียวกัน มีอะไรเหมือนๆกัน
ชาตินี้ก้เลยกลับมาเจอกันใหม่ พร้อมหน้ากันใหม่
ที่เหมือนกันเนี่ย ไม่ใช่แค่ป้ากับพ่อ แต่คนอื่นๆที่ดูอีกด้วย
เกือบทุกคนไปเขาดิน
อีกอย่างหนึ่ง เค้าพูดขึ้นมาว่า
"หลายคนทำบุญกันผิดที่ผิดทาง ถึงจะทำบุญมากแค่ไหน ก้ไม่ได้มากอย่างที่ทำไป"
คือสรุปที่ดูๆกัน เรารู้สึกว่าทำเพื่อให้สบายใจ อะไรไม่ดีมา ก้แก้เพื่อให้ชีวิตที่ดีขึ้น
แต่มันก้แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลจริงๆ
จากตอนแรกที่เราคิดว่า เราเลือกทางไหนก้เปนดวงชะตาชีวิตของเรา
แต่จากที่หมอดูคนนี้ดู มันไม่ได้เกี่ยวกับอนาคตอะไรมากมาย
ทุกอย่างเปนสิ่งที่เราเลือก แต่มันมีอุปสรรคอะไรบางอย่างที่เรามองไม่เหนอยู่
เราทำทุกอย่างดี แต่มันก้ไม่ดีขึ้น
มันมีอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้อยู่ แล้วเราก้ทำไป ทำอะไรกับที่ไหนกับใครไว้

แต่สุดท้าย

จะจริงหรือไม่จริง มันก้ต้องให้ถึงเวลานั้นแหละ

30 décembre

New Year 2007 Coming

ในที่สุดเวลาก้ใกล้ผ่านพ้นไปอีก 1 ปี โตขึ้นอีก 1 ปี แก่ขึ้นอีก 1 ปี
แต่ละปีเราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากที่ผ่านมา
รู้แต่ว่าปีนี้ชั้นผ่านการทำงานที่หนักที่สุดในชีวิต มีงานชิ้นที่ 1 2 3 4 ติดๆกัน แทบเสียชีวิต
วินาทีนี้ ก้ได้ผ่านพ้นแล้ว หยุดปีใหม่นี้ก้ได้พักผ่อนแล้ว พักแล้วก้ต้องกลับมาวงจรชีวิตงานแบบนั้นใหม่
แต่ยังไง ขึ้นปีต่อไป ก้ต้องเจองานที่หนักที่สุดในชีวิตขึ้นทุกๆปีเรื่อยๆไป

พวกรุ่งอรุณ เรายังติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ นานๆเจอกันที ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของแต่ละคนได้ชัด
รู้สึกว่าแต่ละคน มีความสุขกับชีวิตที่ตัวเองเลือกไว้ดีนะ ปีต่อไปก้ขอให้เป็นเช่นนี้ต่อไป
แยกกันคนละทางยังไง กลับมาก้ยังอยู่นะ

Stu72เป็นสังคมปัจจุบันและในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ชีวิตจากที่เจอหน้ากันทุกคน ตอนนี้ก้เริ่มแยกภาคกันไปหมด
ภาค สน ที่ปีนี้เจอหน้ากันบ่อยที่สุด เราจะได้ทำงานด้วยกันบ่อยๆแล้ว ชอบตอนที่พวกเราช่วยกันติว historyอะ ดูเป็นภาค สน กันดีอะ
และ แจน ปลา พลอย ไหม แค ออฟ กุ๊กไก่ และเรา เป็นไปได้มั้ย ที่จะครบ

และปีนี้ ชั้นโชคดีมากๆ ที่ชั้นที่เจอกับคนที่คิดว่าใช่ ไม่รู้ว่าโชคชะตามันทำให้เรามาเจอกันได้ยังไง
เพราะแค่เทออ่าน space ชั้นเท่านั้น ก้ทำให้ดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้
เจอกันแค่แป๊ปเดียว แค่เวลาแป๊ปเดียวเท่านั้น ปีต่อไปเรายังต้องใช้เวลาต่อไป
เรียนรู้กันต่อไปนะ อยู่เป็นเพื่อนกะชั้นนะ กระปู๋

คุณพ่อคุณแม่ พวกเรามีปากเสียงกันบ่อยนะคะ ด้วยเรื่องงี่เง่าต่างๆ
เป็นคนที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ชีวิตผ่านพ้นไปได้อีกปีหนึ่ง
ขอบคุณแม่ที่คอยเป็นที่ปรึกษาและเป็นกำลังใจตอนที่เสียใจ
และดีใจที่พ่อสมหวังกับงานที่ได้แล้ว รู้ว่าเครียดเพราะขาดช่วงไปหลายเดือน
แต่อย่างน้อยก้มี ฝนกะแม่ อยู่ที่บ้านนะ
 
HAPPY NEW YEAR 2007
ขอให้มีความสุขกับชีวิต และ ขอให้ชีวิตมีความสุข
23 octobre

My bedroom is a good gabage storage ตอนวิเคราะห์สภาพความเป็นอยู่เดิม

 
แปลว่า
 
"ห้องนอนของฉันคือห้องเก็บขยะดีดีนี่เอง"
 
 
วิเคราะห์ลักษณะสภาพที่ดินเดิม (site analysis)
1. กระดาษร่าง งานเก่าๆ เศษชานอ้อยที่ทำโมเดล เศษอะคริลิค ที่กองเปนภูเขาพะเนินเทินทึกอยู่กลางห้อง
2. ทางเดินในห้องกว้างประมาน 1-2 ฟุต ซึ่งถูกขวางด้วยกระดาษ
3. บนเตียงขนาดควีนไซส์ มีหนังสือกองอยู่ตรึม จนเหลือที่นอนเท่ากับขนาดเตียงเดี่ยว ซึ่งก้นอนคนเดียว
บางครั้งถ้าหนังสือ กองไปถึงบริเวณที่นอน ก้ยอมลงทุนนอนพื้นร่วมกับประดาษร่าง
4. โต๊ะทำงานซึ่งปัจจุบันไว้ใช้เล่นเนต รอบๆนั้นประกอบด้วยเศษประดาษ ทิชชู ขวดน้ำ สมุด ซีดี ดินสอ ยางลบที่วางอย่างไม่เป็นระเบียบ
และที่มากกว่านั้นเป็นแหล่งรวบรวมของกิน ขนมต่างๆนานา ทำให้ตามซอกโต๊ะทำงานนั้น มีรูรังมด เมื่อใดที่มีเศษขนมที่กินหกลงไป มดมากันสนุกสนานทันที
5. ไม่เคยเรียกว่าชั้นวางหนังสือ เรียกว่า ชั้นกองหนังสือ
6. เรียนปีนี้ เริ่มมาทำงานในคอมมากขึ้น โต๊ะดราฟก้เลยเปนที่กองหนังสือ กองกระดาษ เพิ่มขึ้นอีกที่
7. ห้องน้ำตอนนี้ฝ้าเพดานยังทะลุอยู่ ช่างไม่ยอมมาซ่อมซะที เนื่องจากเมื่อเร็วนี้ ท่อน้ำแตกทะลุฝ้าเพดานลงมาถึงห้องน้ำ ทำไมถึงท่อแตก?
เรื่องมันยาวและตลกมาก เดี๋ยวมันจะหลุดประเด็นจากหัวข้อ
8. เศษกระดาษมันกองตามที่ต่างๆเหนือคำบรรยาย - -"

วิเคราะห์ลักษณะผู้ใช้ (user analysis)
1. ตื่นนอนยากมาก ใช้วิธีให้คนโทรมาปลุกอยู่เปนประจำ
2. ชอบหิวตอนเวลาดึกๆ ประมาน หลังเที่ยงคืน ของที่ชอบ คือ ช๊อคโกแลต ไอติม ป๊อกกี้ ฯลฯ (น้ำหนักสุทธิ ใกล้เลข6 ขึ้นทุกที)

3. มีข้าวของเปนจำนวนมาก
4. ซกมกหมกเหม็น
5. ขี้เกียจ
6. ขี้เกียจ
7. ขี้เกียจ
8. ขี้เกียจ
9. ขี้เกียจ
10. ขี้เกียจจัดห้อง